JEWELRY SIZE GUIDE

English instruction →click here←

วิธีวัดขนาดแหวนด้วยตนเอง

การวัดขนาดแหวนด้วยตนเองสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยขั้นตอนดังนี้

  1. เตรียมอุปกรณ์
    – สายวัด, เชือก หรือกระดาษเส้นยาว
    – ปากกา
    – ไม้บรรทัด
  2. พันรอบนิ้ว
    – นำสายวัด เชือก หรือกระดาษ พันรอบนิ้วที่ต้องการใส่แหวน
    – ถ้าคุณต้องการใส่แหวนซ้อนกัน ควรคิดถึงตำแหน่งที่แหวนจะนั่งบนเรียวนิ้ว
  3. ทำเครื่องหมาย
    – ทำเครื่องหมายจุดที่สายวัด เชือก หรือกระดาษ พบกันรอบนิ้ว
  4. วัดความยาว
    – วางสายวัด เชือก หรือกระดาษ บนพื้นผิวเรียบ
    – ใช้ไม้บรรทัดวัดความยาวจากจุดเริ่มต้นถึงจุดที่ทำเครื่องหมายไว้ เป็นหน่วยมิลลิเมตร
  5. หาขนาดแหวน
    – ใช้ตารางขนาดแหวนเพื่อเปรียบเทียบความยาวที่วัดได้กับขนาดแหวนที่ใกล้เคียงที่สุด

เคล็ดลับเพื่อความแม่นยำ
– วัดนิ้วของคุณในช่วงท้ายของวัน เมื่อขนาดนิ้วมักจะใหญ่ที่สุด
– ตรวจสอบให้แน่ใจว่านิ้วของคุณอยู่ในอุณหภูมิปกติ เนื่องจากนิ้วที่เย็นจะมีขนาดเล็กกว่า และนิ้วที่ร้อนจะมีขนาดใหญ่กว่า
– หากข้อนิ้วของคุณใหญ่กว่าฐานนิ้วมาก ควรทำการวัดทั้งสองจุดและเลือกขนาดที่อยู่ระหว่าง

เพียงทำตามขั้นตอนเหล่านี้ คุณก็สามารถวัดขนาดแหวนได้อย่างแม่นยำด้วยตนเอง

วิธีวัดขนาดแหวนด้วยแหวนตัวเอง

หากคุณมีแหวนที่ใส่ได้พอดีแล้ว คุณสามารถใช้แหวนนี้ในการวัดขนาดได้โดยทำตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

  1. เตรียมอุปกรณ์
    – ไม้บรรทัดหรือเวอร์เนียร์คาลิปเปอร์
    – ตารางขนาดแหวน หรือแหล่งข้อมูลออนไลน์ที่ให้ข้อมูลขนาดแหวน
  2. วัดเส้นผ่านศูนย์กลาง:
    – วางแหวนบนพื้นผิวเรียบ
    – ใช้ไม้บรรทัดหรือเวอร์เนียร์คาลิปเปอร์ วัดเส้นผ่านศูนย์กลางด้านในของแหวนจากขอบด้านในด้านหนึ่งไปยังขอบด้านในฝั่งตรงข้าม ควรวัดส่วนที่กว้างที่สุดของแหวนเพื่อความแม่นยำ
    – บันทึกความยาวเป็นหน่วยมิลลิเมตร
  3. หาขนาดแหวน
    – เปรียบเทียบขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่วัดได้กับตารางขนาดแหวน ตารางขนาดแหวนจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางเป็นมิลลิเมตรพร้อมกับขนาดแหวนที่สอดคล้องกัน
    – หาขนาดที่ตรงกับค่าที่วัดได้มากที่สุด

ตัวอย่าง
– ถ้าเส้นผ่านศูนย์กลางด้านในของแหวนวัดได้ 16.5 มม. ขนาดแหวนตามตารางส่วนใหญ่จะอยู่ที่ US size 6

ด้วยขั้นตอนเหล่านี้ คุณสามารถวัดขนาดแหวนของคุณได้อย่างแม่นยำโดยใช้แหวนที่คุณมีอยู่แล้ว

วิธีวัดขนาดกำไลด้วยตนเอง

การวัดขนาดกำไลด้วยตนเองสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยขั้นตอนดังนี้

  1. เตรียมอุปกรณ์
    – สายวัดที่ยืดหยุ่นได้ หรือกระดาษเส้นยาวหรือเชือก
    – ปากกาหรือดินสอ
    – ไม้บรรทัด
  2. วัดรอบข้อมือ
    – พันสายวัด กระดาษ หรือเชือก รอบข้อมือบริเวณที่คุณต้องการใส่กำไล ให้พอดีแต่ไม่แน่นเกินไป
    – หากใช้กระดาษหรือเชือก ให้ทำเครื่องหมายจุดที่ปลายทั้งสองพบกัน
  3. วัดความยาว
    – วางกระดาษหรือเชือกบนพื้นผิวเรียบ
    – ใช้ไม้บรรทัดวัดความยาวจากจุดเริ่มต้นถึงจุดที่ทำเครื่องหมายไว้ เป็นหน่วยมิลลิเมตรหรือเซนติเมตร
  4. เพิ่มความยาวเพื่อความสบาย
    – สำหรับการใส่ที่พอดี เพิ่มความยาวอีก 1/4 ถึง 1/2 นิ้ว (ประมาณ 0.6 ถึง 1.3 ซม.)
    – สำหรับการใส่ที่สบาย เพิ่มความยาวอีก 3/4 ถึง 1 นิ้ว (ประมาณ 1.9 ถึง 2.5 ซม.)
  5. หาขนาดกำไล
    – เปรียบเทียบความยาวที่ได้กับตารางขนาดกำไลเพื่อหาขนาดที่ตรงกับความยาวที่คุณวัดได้มากที่สุด

ตัวอย่าง
– ถ้าข้อมือของคุณวัดได้ 15 ซม. และต้องการความสบาย เพิ่มความยาวอีก 2 ซม. ขนาดกำไลของคุณจะเป็น 17 ซม.

ด้วยขั้นตอนเหล่านี้ คุณสามารถวัดขนาดกำไลได้อย่างแม่นยำและมั่นใจว่ากำไลจะพอดีกับข้อมือของคุณ

วิธีวัดขนาดสร้อยด้วยตนเอง

หากคุณต้องการหาขนาดสร้อยที่พอดี สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยขั้นตอนดังนี้

  1. เตรียมอุปกรณ์
    – สายวัดที่ยืดหยุ่นได้ หรือเชือกหรือเส้นด้าย
    – ไม้บรรทัด (ถ้าใช้เชือกหรือเส้นด้าย)
    – กระจก (ถ้ามี จะช่วยในการตรวจสอบความยาว)
  2. ตัดสินใจเลือกความยาว
    – คิดถึงตำแหน่งที่คุณต้องการให้สร้อยตกลงมาบนหน้าอก ความยาวที่นิยมใช้กันมีดังนี้

คอลล่า: 12-13 นิ้ว (30-35 ซม.)
โชกเกอร์: 14-16 นิ้ว (35-40 ซม.)
เจ้าหญิง: 18 นิ้ว (45 ซม.)
มาทินี: 20-24 นิ้ว (50-60 ซม.)
โอเปร่า: 28-34 นิ้ว (70-90 ซม.)
เชือก: มากกว่า 36 นิ้ว (90 ซม.)

  1. วัดด้วยสายวัดหรือเชือก
    →ใช้สายวัด
    – พันสายวัดรอบคอของคุณ ให้ตกลงมาถึงความยาวที่ต้องการ ตรวจสอบตัวเลขที่ปลายสายวัดพบกับส่วนที่เหลือของสายวัด
    →ใช้เชือก
    – พันเชือกรอบคอของคุณ ให้ตกลงมาถึงความยาวที่ต้องการ ทำเครื่องหมายที่เชือกตรงจุดนั้น จากนั้นวางเชือกบนพื้นผิวเรียบและใช้ไม้บรรทัดวัดความยาวที่ทำเครื่องหมายไว้
  2. ตรวจสอบในกระจก
    – ถ้าใช้เชือก สามารถตรวจสอบซ้ำได้โดยการพันเชือกรอบคออีกครั้งและดูในกระจกว่าความยาวนั้นตรงตามที่คุณต้องการหรือไม่
  3. ปรับสำหรับสไตล์ต่างๆ
    – พิจารณาประเภทของสร้อยและตัวล็อค สร้อยบางประเภทเช่นโซ่หรือเส้นลูกปัด อาจจะตกลงมาต่างกันขึ้นอยู่กับวัสดุและน้ำหนัก

ตัวอย่าง
– หากคุณต้องการสร้อยที่ตกลงมากลางหน้าอก คุณอาจเลือกความยาวแบบ “มาทินี” ประมาณ 22 นิ้ว วัดความยาวนี้ด้วยสายวัดหรือเชือกเพื่อตรวจสอบตำแหน่งที่สร้อยจะตกลงมาและปรับตามต้องการ

ด้วยขั้นตอนเหล่านี้ คุณสามารถวัดขนาดสร้อยได้อย่างแม่นยำและมั่นใจว่าสร้อยจะตกลงมาในตำแหน่งที่คุณต้องการและเสริมสไตล์ของคุณได้ดีที่สุด

วิธีวัดขนาดต่างหูด้วยตนเอง

การวัดขนาดต่างหูด้วยตนเองเป็นเรื่องง่ายที่คุณสามารถทำได้ด้วยขั้นตอนเหล่านี้

  1. เลือกประเภทของต่างหู ต่างหูสามารถแบ่งออกเป็นต่างหูแบบที่เข้ากับเข็มหรือต่างหูแบบที่ใส่ผ่านหลอก (hoops) หรือต่างหูแบบตกแต่ง (dangly earrings) ให้เลือกประเภทที่คุณต้องการวัดขนาด
  2. เตรียมอุปกรณ์ คุณจะต้องใช้ไม้บรรทัดหรือเชือกวัดความยาว
  3. สำหรับต่างหูแบบก้านเข็ม
    – วางไม้บรรทัดแนวนอนและวัดเส้นผ่านศูนย์กลางของต่างหูจากขอบหนึ่งไปยังขอบอีกข้างหนึ่ง การวัดความยาวนี้จะแสดงถึงขนาดของต่างหู
    – หากคุณต้องการวัดเข็มของต่างหู วัดความยาวของเข็มจากฐานไปยังปลายเข็ม
  4. สำหรับต่างหูแบบหลอก (hoops)
    – วัดเส้นผ่านศูนย์กลางของหลอกจากขอบด้านนึงไปยังขอบด้านตรงข้าม นี่คือขนาดของหลอก
    – หากมีองค์ประกอบตกแต่งหรือเครื่องประดับที่แนบมากับหลอก วัดขนาดของพวงกุญแจหรือต่อแยกออกมาด้วยตนเอง ถ้ามีความจำเป็น
  5. สำหรับต่างหูแบบตกแต่ง (dangly earrings)
    – วัดความยาวรวมของต่างหูจากจุดบนสุดของเข็มหรือปลายตัวต่อไปจนถึงจุดที่ยางอยู่
  6. บันทึกการวัด จดบันทึกการวัดสำหรับแต่ละตู้หูหากคุณมีหลายคู่
  7. พิจารณาความชอบของคุณ ควรจำไว้ว่าสไตล์และการสวมใส่ส่วนต่าง ๆ ของต่างหูของคุณมีผลต่อขนาดที่คุณเลือก บางคนอาจชอบต่างหูที่เล็กและสวยงาม เขาใช้ให้เกิดความรู้สึกเรียบง่าย ในขณะที่คนอื่น ๆ อาจชื่นชอบต่างหูที่ใหญ่และโดดเด่นมากขึ้น

ด้วยขั้นตอนเหล่านี้ คุณสามารถวัดขนาดของต่างหูของคุณอย่างแม่นยำและแน่ใจว่ามันจะเข้ากับสไตล์และความชอบของคุณอย่างสมบูรณ์แบบ